เที่ยวเขาใหญ่

วันเสาร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2555

เมืองเวนิส (vence) ประเทศอิตาลี

                      Venice

เมืองเวนิส (vence)

ในบรรดาเมืองท่องเที่ยวของอิตาลี เมืองเวนิส ดูจะเป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์เฉพาะที่แตกต่างจากทุกเมืองในโลก เป็นเมืองที่ตั้งอยู่กลางทะเลสาบที่สวยงามจนได้ฉายาว่าเป็น “ราชินีแห่งทะเลอาเดรียติก” ( The Queen of the Adriatic) หรือ “เมืองแห่งสายน้ำ” (The City of Water) ที่มีคลองสำหรับใช้สัญจรแทนถนนมากกว่า 150 สาย หรือ “เมืองแห่งสะพาน” ( The City of Bridges)ที่ มีสะพานเชื่อมคลองมากกว่า 400 แห่งที่โดดเด่นเป็นที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวอีกทั้งยังเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยสีสันแห่งศิลปวัฒนธรรมและดนตรียามค่ำคืน (The City of Light)ที่ผู้คนทั่วโลกรู้จักและใฝ่ฝันอยากมาเทียวชมสักครั้งในชีวิตเมืองเวนิสเป็นที่รู้จักกันมาช้านานในประวัติศาสตร์ ในฐานะที่เป็นศูนย์กลางการเดินเรือและการค้าของทวีปยุโรปนับพันปี นอกนั้นในแวดวงวรรณกรรม เมืองเวนิสเป็นที่รู้จักจากบทประพันธ์ของวิลเลียม เชคสเปียร์( William Shakespeare)เรื่อง “พ่อค้าแห่งเวนิส” ( The Merchant of Venice)ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงนำมาประพันธ์เป็นบทละครชื่อ“เวนิสวานิช”แต่ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคือบทประพันธ์เรื่อง“โรเมโอและจูเรียต”( Romeo and Juliet)ที่เชื่อกันว่าเวนิส คือบ้านเกิดของของทั้งคู่ผู้สร้างตำนานรักอมตะที่ต้องจบชีวิตลงเพราะความแค้นของบรรพบุรุษสองตระกูลเมืองเวนิสยังเป็นเมืองที่ได้รับการรับรองให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโกซึ่งได้แก่ ตัวเมืองและคลองต่างๆ ความงดงามของเวนิสทำให้ถูกใช้เป็นฉากถ่ายทำภาพยนตร์หลายเรื่อง ส่วนคนไทยดูเหมือนจะรู้จักและเกี่ยวข้องกับเวนิสจากการที่กรุงเทพฯเมืองฟ้าอมรของเราได้รับการเรียกขานว่าเป็น “เวนิสตะวันออก” ดังนั้น การได้มีโอกาสมาเที่ยวชมเมืองเวนิสของจริง จึงอดตื่นตาตื่นใจในความงดงามและเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ ของเมืองมรดกโลกแห่งนี้ไม่ได้

                


ที่มาhttp://www.meetaweetour.co.th/v1/italy-information/1109--venice.html

เมืองฟลอเรนซ์ (Florence) ประเทศอิตาลี



เมืองฟลอเรนซ์ (Florence)  ทัวร์ยุโรป เที่ยวอิตาลี ราคาถูก


เมืองฟลอเรนซ์ (Florence)ฟลอเรนซ์ (Florence)หรือ ฟีเรนเซ ภาษาอิตาลี Firenze เป็นเมืองหลวงของแคว้นทัสกานีและจังหวัดฟลอเรนซ์ในประเทศอิตาลีระหว่าง ค.ศ. 1865 ถึง ค.ศ. 1870 ฟลอเรนซ์ก็เป็นเมืองหลวงของราชอาณาจักรอิตาลี ฟลอเรนซ์ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำอาร์โน มีประชากรประมาณ 400,000 คนและอีก 200,000 คนในบริเวณปริมณฑล ฟลอเรนซ์ในยุคกลางเป็นศูนย์กลางทางการค้าและทางการเงิน และถือกันว่าเป็นที่เกิดของยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา ตระกูลที่มีอำนาจการปกครองฟลอเรนซ์เป็นเวลานานคือตระกูลเมดิชิ (Medici) นอกจากนั้นฟลอเรนซ์ก็ยังมีชื่อว่าเป็นศูนย์กลางทางศิลปะและสถาปัตยกรรม ในยุคกลางฟลอเรนซ์เป็นที่รู้จักกันในนามว่าเอเธนส์ใจกลางเมืองเก่าของฟลอเรนซ์ได้รับเลือกโดยองค์การยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมื่อปี ค.ศ. 1982 (พ.ศ. 2525)เมืองฟลอเรนซ์ตั้งอยู่ห่างออกไป 120 กิโลเมตรจากชายฝั่งตะวันตกของอิตาลี และห่าง 200 กิโลเมตรจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงโรม เมืองฟลอเรนซ์นั้นเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม
ฟลอเรนซ์(Firenze)มีความหมายว่าดอกไม้ในภาษาอิตาลี เมืองฟลอเรนซ์เป็นศูนย์กลางของผู้นำแฟชั่น, นักออกแบบเฟอร์นิเจอร์, ช่างฝีมือ, ศิลปิน, สถาปนิก, และนักออกแบบเสื้อผ้า บุคคลเหล่านี้เดินทางมาที่นี่เพื่อพูดคุยกับพ่อค้าจากทั่วโลก พร้อม ๆ ไปกับการแนะนำวัฒนธรรมต่าง ๆ หรือ
แฟชั่นที่ได้รับอิทธิพลจากอดีต

                 
 ที่มาhttp://www.meetawee.com/home/travel-info/europe-info/italy-europe-info/1216-florence-city-in-italy-.html

ดุสิตธานี หัวหิน จังหวัดประจวบคิรีขันธ์

                      
   

                                 
Dusit Thani Hua Hin

ดุสิตธานี หัวหิน

ตั้งอยู่ในดินแดนแห่งเสน่ห์มนต์ขลังและมีเอกลักษณ์พิเศษในเรื่องความสวยงามทางธรรมชาติอันน่าประทับใจของชายทะเลฝั่งตะวันตกของอ่าวไทย
เมืองชายฝั่งทะเลอย่างหัวหินสามารถรักษาเสน่ห์ความเป็นไทยอันเงียบสงบ ซึ่งดึงดูดใจและเหมาะกับรสนิยมชนชั้นสูงในสมัยก่อน จึงทำให้หัวหินกลายเป็นเมืองตากอากาศฤดูร้อนยอดนิยมสำหรับราชนิกุลไทยมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2463 หากขับรถมาจากกรุงเทพฯ คุณจะถึงหัวหินอย่างสบายๆ ในเวลาเพียงสองชั่วโมงครึ่ง ชายหาดอันสวยงาม อากาศแบบเมืองร้อนที่ยอดเยี่ยม และความเชียวชอุ่ม ทำให้หัวหินกลายเป็นสถานพักตากอากาศที่หรูหราและสมบูรณ์แบบอย่างมาก
โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน อันตระการตาผสมผสานความสะดวกสบายที่หรูหราเข้ากับรูปแบบความเป็นไทยแบบคลาสสิคที่ยอดเยี่ยม และมีหาดส่วนตัวด้านหน้าที่คงสภาพสวยงามตามธรรมชาติไว้ อีกทั้งมีบึงน้ำที่ได้รับการตกแต่งด้วยต้นไม้อย่างกลมกลืนงดงาม สระบัว และสวนเมืองร้อนขนาบข้างสระว่ายน้ำอันอลังการ
สำหรับลูกค้าที่ต้องการรีสอร์ทที่มีความสมบูรณ์พร้อมในตัว โรงแรมหรูของเราให้บริการห้องพักที่มีพร้อมสรรพที่คุณต้องการ ทั้งทางเลือกในการรับประทานอาหารและความบันเทิง สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจและเล่นกีฬาที่หลากหลาย รวมไปถึงกีฬาทางน้ำ เทนนิส และสนามสควอทซ์ ศูนย์ฟิตเนส และเส้นทางขี่ม้า เสริมด้วยเทวารัณย์สปาหัวหิน อันสงบเงียบสำหรับที่สุดแห่งการปรนนิบัติ
ด้วยประวัติความเป็นมาที่เป็นตำนานและการบริการเอาใจที่น่าจดจำ ส่งผลให้โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในฐานะตัวเลือกที่พักแบบรีสอร์ทชายทะเล ของเหล่าชนชั้นสูงในประเทศไทย

                         
ตั้งอยู่ในดินแดนแห่งเสน่ห์มนต์ขลังและมีเอกลักษณ์พิเศษในเรื่องความสวยงามทางธรรมชาติอันน่าประทับใจของชายทะเลฝั่งตะวันตกของอ่าวไทย
     เมืองชายฝั่งทะเลอย่างหัวหินสามารถรักษาเสน่ห์ความเป็นไทยอันเงียบสงบ ซึ่งดึงดูดใจและเหมาะกับรสนิยมชนชั้นสูงในสมัยก่อน จึงทำให้หัวหินกลายเป็นเมืองตากอากาศฤดูร้อนยอดนิยมสำหรับราชนิกุลไทยมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2463 หากขับรถมาจากกรุงเทพฯ คุณจะถึงหัวหินอย่างสบายๆ ในเวลาเพียงสองชั่วโมงครึ่ง ชายหาดอันสวยงาม อากาศแบบเมืองร้อนที่ยอดเยี่ยม และความเชียวชอุ่ม ทำให้หัวหินกลายเป็นสถานพักตากอากาศที่หรูหราและสมบูรณ์แบบอย่างมาก
โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน อันตระการตาผสมผสานความสะดวกสบายที่หรูหราเข้ากับรูปแบบความเป็นไทยแบบคลาสสิคที่ยอดเยี่ยม และมีหาดส่วนตัวด้านหน้าที่คงสภาพสวยงามตามธรรมชาติไว้ อีกทั้งมีบึงน้ำที่ได้รับการตกแต่งด้วยต้นไม้อย่างกลมกลืนงดงาม สระบัว และสวนเมืองร้อนขนาบข้างสระว่ายน้ำอันอลังการ
     สำหรับลูกค้าที่ต้องการรีสอร์ทที่มีความสมบูรณ์พร้อมในตัว โรงแรมหรูของเราให้บริการห้องพักที่มีพร้อมสรรพที่คุณต้องการ ทั้งทางเลือกในการรับประทานอาหารและความบันเทิง สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจและเล่นกีฬาที่หลากหลาย รวมไปถึงกีฬาทางน้ำ เทนนิส และสนามสควอทซ์ ศูนย์ฟิตเนส และเส้นทางขี่ม้า เสริมด้วยเทวารัณย์สปาหัวหิน อันสงบเงียบสำหรับที่สุดแห่งการปรนนิบัติ
ด้วยประวัติความเป็นมาที่เป็นตำนานและการบริการเอาใจที่น่าจดจำ ส่งผลให้โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในฐานะตัวเลือกที่พักแบบรีสอร์ทชายทะเล ของเหล่าชนชั้นสูงในประเทศไทย


 


ที่มาhttp://www.dusit.com/dusit-thani/th/dusit-thani-huahin.html




   

วันศุกร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2555

เกาะสมุย จังหวัดสุราษฏร์ธานี



                  

เกาะสมุย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดสุราษฏร์ธานี ซึ่งเป็นเกาะทางภาคใต้ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันก็ยังคงมีปริมาณนักท่องเที่ยวจำนวนมากมายได้หลั่งไหลเข้ามาท่องเที่ยวที่เกาะแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติก็ให้ความสนใจและรู้จักเกาะสมุยกันเป็นอย่างดี เกาะสมุยเป็นสถานที่ที่ยังคงมีสภาพของธรรมชาติที่สวยงามเอาไว้บนตัวเกาะ ความงดงามของธรรมชาติเหล่านี้มีความโดดเด่นและช่วยในการดึงดูดให้นักท่องเที่ยวจากหลายๆประเทศทั่วทุกมุมโลกได้เข้ามาเที่ยวชมแวะเวียนและเที่ยวชมที่นี่อยู่เป็นประจำ นักท่องเที่ยวจำนวนมากที่เข้ามาเที่ยวในเกาะสมุยต่างก็อยากที่จะกลับมาท่องเที่ยวในที่แห่งนี้เพื่อสัมผัสความสวยงามของธรรมชาติที่งดงามบนตัวเกาะ เกาะสมุยยังเป็นเกาะที่มีทุกสิ่งทุกอย่างเพียบพร้อมไม่ว่าจะเป็นการบริการในด้านต่างๆเช่นด้านความบันเทิง ด้านอาหาร รวมไปถึงด้านสุขภาพการอวบนวดให้กับนักท่องเที่ยวและผู้ที่มีถิ่นฐานเดิม และบริการที่สำคัญที่ทำให้สถานที่แห่งนี้โด่งดังขึ้นเรื่อยๆคือการบริการด้านที่พักของผู้ประกอบการที่พักมากมายได้ใส่ใจในคุณภาพเป็นอย่างดีไม่ว่านักท่องเที่ยวจะหลั่งไหลเข้ามามากน้อยเพียงใด หรือแม้แต่จะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นในหลายเท่าตัว ทางสถานที่พักทุกๆแห่งยังคงสามารถที่จะรองรับนักท่องเที่ยวได้อย่างมหาศาลอีกด้วย


          

ที่มาhttp://www.tourdy.com/


















พระธาตุนาดูน จังหวัดมหาสารคาม

                                    


                        

พระธาตุนาดูน
เป็นโบราณวัตถุที่มีอายุมากว่า 1,300 ปี ขุดพบเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2522
บนที่นาของนายทองดี ปะวะภูตา ราษฏรบ้านนาดูน ต.นาดูน อ.นาดูน
จังหวัดมหาสารคาม การค้นขุดค้นพบตอนแรก ขุดได้โดยคนหลายกลุ่มคน
แต่เมื่อเจ้าหน้าที่หน่วยศิลปากรที่ 7 ขอนแก่น ได้ติดตามวัตถุในส่วนที่เกี่ยวข้องกัน
จากส่วนหนึ่งที่ขุดได้ ก็สามารถนำมารวมกัน ปรากฏว่า ต่อเข้ากันได้รูปทรง
เหมาะสมกันดีมาก มีการพิสูจน์อีกครั้งว่าสถูปนี้ใช้สำหรับบรรจุสิ่งใด ผลการตรวจ
พิสูจน์รายละเอียดวัตถุโบราณชิ้นนี้แล้ว ลงความเห็นว่าเป็นสถูปที่ใช้บรรจุพระ 
สารีริกธาตุ ลักษณะสถูปทำด้วยทองสำริด มีส่วนประกอบ 2 ส่วนคือ 1.ส่วนยอด 
มีลักษณะ เป็นปล้องไฉน จำนวน 2 ปล้อง ส่วนบนสุดเป็นปลียอดกลม
2. ตัวสถูปทำด้วยทองสำริด มีลักษณะคล้ายระฆัง หรือโอคว่ำ ส่วนยอดของ
ตัวสถูป จะรับเข้ากับส่วนล่างสุดของส่วนยอดพอดี
ในการขุดครั้งนั้น ชาวบ้าน รวมทั้งผู้คนทั่วสารทิศ ขุดได้พระพิมพ์ต่าง ๆ ได้หลาย
สิบกระสอบ และในปัจจุบันวัตถุเหล่านั้น บูชากันราคาระดับต้น ๆ ของเมืองไทย
กราบพระธาตุนาดูน ณ พุทธมณฑลอีสาน และศึกษาประวัติได้ที่พระธาตุนาดูน 
อ.นาดูน จ.มหาสารคาม หรือ web site การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย 

ที่มาhttp://www.rd.go.th/mahasarakham/59.0.html